ความแตกต่างระหว่างแฮนดิแคปและ 1X2
บิลกีฬาที่คนนิยมวางกันทั่วโลกมีสองโครงสร้างหลัก หลักการทำงานต่างกัน จะเลือกแบบไหนขึ้นกับรูปแบบการแข่งและความได้เปรียบเสียเปรียบของคู่แข่งขันในสนามจริง
หลักการทำงานของแฮนดิแคป
แฮนดิแคปคือการตั้งอัตราต่อรองให้ทีมที่พร้อมไม่เท่ากันสูสีกันมากขึ้น ฝั่งได้เปรียบเป็นทีมต่อ ฝั่งเสียเปรียบเป็นทีมรอง การคิดแพ้ชนะตามบิลไม่ได้ดูแค่ผลจริงในสนาม แต่เอาลูกต่อหรือแต้มต่อที่ระบุไว้ล่วงหน้ามาบวกหรือลบกับคะแนนจริงหลังจบเกม
ถ้าวางฝั่งทีมต่อ ทีมนั้นต้องชนะด้วยผลต่างมากกว่าแต้มต่อที่ตั้งไว้ บิลถึงจะชนะเต็ม ถ้าชนะด้วยผลต่างเท่าแต้มต่อพอดีจะเสมอและได้เงินต้นคืน ลองศึกษาเงื่อนไขแต้มต่อจากข้อมูลของ AW8 จะเห็นจุดตัดของบิลแต่ละแบบชัดขึ้น
ฝั่งทีมรองได้แต้มต่อมาช่วยคุ้มครอง ถ้าผลจริงเสมอ หรือทีมรองแพ้ด้วยผลต่างน้อยกว่าแต้มต่อ บิลฝั่งทีมรองก็ชนะทันที แต้มต่อจึงลดช่องว่างความห่างชั้นของสองทีม และเปิดทางวิเคราะห์ได้หลายแบบ
โครงสร้างการตัดสินแบบ 1X2
แบบ 1X2 ดูผลตามเวลาปกติเป็นหลัก ไม่เอาแต้มต่อมาปรับคะแนน ตัวเลือกแบ่งเป็นสามหน้าตรง ๆ
- สัญลักษณ์ 1 หมายถึงการเลือกผลชนะของทีมเจ้าบ้าน
- สัญลักษณ์ X หมายถึงการเลือกผลเสมอเมื่อหมดเวลาการแข่งขันปกติ
- สัญลักษณ์ 2 หมายถึงการเลือกผลชนะของทีมเยือน
การคิดผลแบบ 1X2 ไม่มีได้ครึ่งเสียครึ่งเหมือนแฮนดิแคป ถ้าผลตรงกับตัวเลือกที่วางก็ชนะเต็ม ถ้าออกเป็นตัวเลือกอื่นก็ไม่ชนะทันที เหมาะกับแมตช์ที่มองว่าจบเสมอได้จริง
การแทงบอลและกีฬาแบบสูงต่ำ
แบบสูงต่ำไม่ต้องเดาว่าใครชนะ แต่ดูจากผลรวมคะแนนหรือเหตุการณ์ที่เกิดตลอดช่วงเวลาที่กำหนด
เกณฑ์การนับคะแนนรวม
ผู้ตั้งราคาจะกำหนดเกณฑ์คะแนนรวมกลางไว้ก่อน เช่น ผลรวมจำนวนประตูในฟุตบอล หรือผลรวมแต้มในกีฬาแบบคอร์ท ผู้เล่นแค่เลือกว่าผลรวมจริงตอนจบจะสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์นั้น
ถ้าผลรวมจริงมากกว่าเลขที่ตั้งไว้ ฝั่งสูงชนะ ถ้าน้อยกว่า ฝั่งต่ำชนะ ถ้าเท่าเกณฑ์พอดี บิลเสมอและได้เงินต้นคืน ลองเปิดดูสถิติการทำแต้มเฉลี่ยผ่าน aw8 bet เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยประเมินแนวโน้มของเกมให้รอบคอบขึ้น
การประยุกต์ใช้ในกีฬาประเภทอื่น
หลักสูงต่ำไม่ได้ใช้แค่กับประตูในฟุตบอล ยังปรับใช้กับเหตุการณ์อื่นในสนามได้หลายอย่าง
- การนับจำนวนใบเหลืองและใบแดงรวมของทั้งสองทีมตลอดการแข่งขัน
- การนับผลรวมลูกเตะมุมที่เกิดขึ้นในแต่ละครึ่งเวลาหรือเต็มเวลา
- การคำนวณผลรวมคะแนนในการแข่งขัน แทงบาสเกตบอล แบบแบ่งตามควอเตอร์หรือแบบรวมทั้งแมตช์
- การนับผลรวมจำนวนเซตหรือจำนวนเกมในการแข่งขันเทนนิสและวอลเลย์บอล
ต้องรู้ด้วยว่าคิดผลจากช่วงเวลาไหน เช่น นับเฉพาะเวลาปกติเก้าสิบนาที หรือรวมต่อเวลาพิเศษด้วย กีฬาแต่ละชนิดมีกฎของตัวเอง ควรเช็กก่อนยืนยันบิลทุกครั้ง
วิธีดูค่าน้ำมาเลเซีย ฮ่องกง และยุโรป
ค่าน้ำคือตัวกำหนดอัตราผลตอบแทนและต้นทุนของบิลแต่ละรายการ ตารางกีฬาแสดงค่าน้ำตามมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกสามแบบ
ค่าน้ำมาเลเซีย
ค่าน้ำแบบมาเลเซียแบ่งเป็นสองแบบชัด ๆ คือค่าน้ำบวกกับค่าน้ำลบ โดยคิดจากหน่วยมาตรฐาน
ค่าน้ำดำหรือค่าน้ำบวกแสดงเป็นตัวเลขปกติ ถ้าบิลชนะจะได้ผลตอบแทนตามสัดส่วนของเลขค่าน้ำนั้น แต่ถ้าบิลเสียก็เสียเงินต้นทั้งหมด
ค่าน้ำแดงหรือค่าน้ำลบมีเครื่องหมายลบนำหน้าตัวเลข ถ้าบิลชนะจะได้ผลตอบแทนเต็มจำนวนเงินต้น แต่ถ้าเสียก็เสียแค่ตามสัดส่วนของเลขค่าน้ำที่ระบุ จึงประหยัดต้นทุนได้เมื่อเลือกคู่ที่เสี่ยงสูง
ค่าน้ำฮ่องกง
ค่าน้ำแบบฮ่องกงแสดงเป็นทศนิยมบวกเสมอ ตัวเลขนั้นคืออัตรากำไรสุทธิต่อหนึ่งหน่วยเงินต้น โดยยังไม่รวมเงินต้น
เมื่อบิลชนะ ผู้เล่นได้เงินต้นคืนพร้อมกำไรที่คิดจากเงินต้นคูณเลขค่าน้ำฮ่องกง ถ้าไม่ชนะก็เสียเงินต้นที่วางไว้ทั้งหมด แบบนี้ตรงไปตรงมาและคิดกำไรสุทธิได้เร็ว
ค่าน้ำยุโรป
ค่าน้ำแบบยุโรปหรือค่าน้ำทศนิยมแสดงเป็นตัวเลขรวมที่นับเงินต้นเข้าไปแล้วเสมอ ตัวเลขจึงมากกว่าหนึ่งจุดศูนย์เสมอ
คิดยอดจ่ายตอนบิลชนะด้วยการเอาเงินต้นคูณเลขค่าน้ำยุโรปตรง ๆ ได้ยอดรวมทั้งหมด ถ้าอยากรู้กำไรสุทธิให้เอายอดรวมลบเงินต้นออกหนึ่งครั้ง พอเข้าใจความต่างของค่าน้ำทั้งสามระบบ ก็เทียบความคุ้มและเลือกใช้ตารางราคาได้ถูกต้อง

